Privacy Notice

บริษัทเกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ (“บริษัท”) ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีจรรยาบรรณและเคารพในสิทธิความเป็นส่วนตัวของท่าน เพื่อให้ท่านมั่นใจว่าท่านได้รับความคุ้มครองข้อมูลเป็นไปตามมาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลของท่านจะถูกนำไปใช้ตรงตามวัตถุประสงค์และถูกต้องตามกฎหมาย

บริษัท จึงได้ประกาศนโยบายความเป็นส่วนตัวแจ้งให้ทราบถึงวิธีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมตลอดถึงการระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูล สิทธิของท่าน และวิธีการติดต่อกับบริษัท โดยประกาศนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ใช้สำหรับบุคคลดังต่อไปนี้

(1) คู่ธุรกิจและผู้เกี่ยวข้อง : คู่ธุรกิจซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา กรรมการของคู่ธุรกิจซึ่งเป็นนิติบุคคล รวมถึงผู้ปฏิบัติงานและพนักงาน

(2) บุคคลที่เกี่ยวข้องกับบริษัททั้งทางตรงและทางอ้อม : กรรมการ ผู้ถือหุ้น พนักงาน ผู้ค้ำประกัน ผู้เข้ามาติดต่อ และบุคคลธรรมดาผู้มีอำนาจกระทำการแทนโดยชอบด้วยกฎหมายของบุคคลดังกล่าว

  1. วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม การนำไปใช้ และการนำไปเปิดเผยของข้อมูลส่วนบุคคล

    การจัดเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล การนำไปให้ และการเปิดเผยจะกระทำโดยมี วัตถุประสงค์ ขอบเขต และใช้วิธีการที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม โดยจะดำเนินการอย่างจำกัดเพียงเท่าที่จำเป็นภายใต้วัตถุประสงค์การดำเนินงานของบริษัทเท่านั้น อาจรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวซึ่งเกี่ยวกับ เชื้อชาติ ศาสนาหรือปรัชญา ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลทุพพลภาพ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลชีวภาพ ความพิการ อัตลักษณ์ หรือข้อมูลอื่นใด ทั้งนี้ บริษัทจะดำเนินการขอความยินยอมจากท่านก่อน ตามแบบวิธีการของบริษัท หรือทางอิเล็กทรอนิกส์

    1.1 ภาระหน้าที่ตามกฎหมายของบริษัท

    เพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

    เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น กฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กฎหมายคุ้มครองแรงงาน กฎหมายประกันสังคม กฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน กฎหมายควบคุมโรคติดต่อ กฎหมายบัญชี กฎหมายภาษีอากร รวมถึงการปฏิบัติตามกฎระเบียบหรือคำสั่งของผู้มีอำนาจตามกฎหมาย เช่น คำสั่งศาล คำสั่งของหน่วยงานรัฐหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ

    1.2 สัญญาที่ท่านได้ทำไว้กับบริษัท

    เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามสัญญาหรือตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญากับบริษัท และยืนยันตัวตนในการทำนิติกรรมใดๆ กับบริษัท รวมถึงการชำระเงิน การชำระหนี้ การออกหนังสือเกี่ยวกับหลักฐานทางการเงิน การบังคับสิทธิตามกฎหมายหรือตามสัญญา

    เพื่อการให้บริการธุรกรรมหรือนิติกรรมผ่านเครือขายอินเตอร์เน็ต แอปพลิเคชั่นบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ และแพลตฟอร์มผลิตภัณฑ์ออนไลน์อื่นๆ

    1.3 ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท

    เพื่อการบริหารจัดการความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทและท่านตามหลักเกณฑ์ทางธุรกิจอันสมควร เช่น การขึ้นทะเบียนคู่ธุรกิจ การจัดซื้อจัดจ้าง การประมวลผลข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน เพื่อพัฒนาและปรับปรุงผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมการขาย การเยี่ยมชมองค์กร การส่งข่าวสารหรือข้อเสนอใดๆ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของบริษัทหรือของบุคคลอื่นกับสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

    เพื่อการบริหารจัดการการดำเนินงานของบริษัท การวิเคราะห์ บริการ และระบบการดำเนินงานต่างๆ กำกับการตรวจสอบ บริหารจัดการความเสี่ยง บริหารการเงินและการบัญชี บริหารจัดการภายในองค์กร รับบริการจากที่ปรึกษากฎหมาย ที่ปรึกษาทางการเงิน หรือที่ปรึกษาอื่นใด

    เพื่อการจัดการบริษัท เช่น การเพิ่มทุน ลดทุน ปรับโครงสร้าง เปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียน การประชุมผู้ถือหุ้น การสรรหาและเป็นกรรมการบริษัท การประชุมคณะกรรมการบริษัท การจัดการเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ของผู้ถือหุ้นหรือผู้ถือหุ้นกู้ การจ่ายเงินปันผล การจ่ายเงินดอกเบี้ยหุ้นกู้ การจัดทำบัญชีและรายงาน การตรวจสอบ การจัดส่งเอกสารหรือหนังสือต่าง ๆ

    เพื่อดำเนินการตามคำขอในการสมัครงานก่อนเข้าทำสัญญาหรือที่ได้เข้าทำสัญญาแล้ว เช่น กระบวนการสรรหา ตรวจสอบคุณสมบัติ การปฏิบัติตามข้อบังคับและระเบียบการบริหารงานบุคคลของบริษัท การมอบหมายให้ปฏิบัติงาน การโยกย้ายพนักงานหรือการส่งพนักงานไปปฏิบัติงานในองค์กรอื่น

    เพื่อการควบคุมการเข้าบริเวณสถานที่ของบริษัท เพื่อประโยชน์ในการรักษาความปลอดภัย การป้องกันและการตรวจจับอาชญากรรม เช่น บันทึกภาพ ลงทะเบียน แลกบัตร

    ในกรณีที่มีการขาย การโอน การควบรวมกิจการ การฟื้นฟูกิจการ หรือเหตุการณ์ในทำนองเดียวกัน บริษัทอาจเปิดเผยและโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอกซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของธุรกรรมนั้น ๆ

  2. บริษัทจะทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับความยินยอมจากท่าน เฉพาะในกรณีดังต่อไปนี้

    2.1 เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือเพื่อการศึกษา วิจัย การจัดทำสถิติ ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด

    2.2 เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล

    2.3 เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญา ของคู่สัญญาหรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น

    2.4 เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่บริษัท

    2.5 เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่บริษัท เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญน้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

    2.6 เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

  3. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย

    3.1 รายละเอียดส่วนบุคคล เช่น ชื่อ ชื่อกลาง นามสกุล เพศ วันเดือนปีเกิด อายุ น้ำหนัก ส่วนสูง เลขที่บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง หมู่เลือด สัญชาติ ศาสนา การศึกษา สถานภาพการสมรส

    3.2 รายละเอียดการติดต่อ เช่น ที่อยู่ปัจจุบัน ที่อยู่ตามภูมิลำเนา ที่อยู่อิเล็กทรอนิกส์ หมายเลขโทรศัพท์ บัญชี Social Media ข้อมูลนามบัตร

    3.3 รายละเอียดที่ใช้ในการระบุตัวตนและการยืนยันตัวตน เช่น ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน ข้อมูลหนังสือเดินทาง ข้อมูลหนังสือสำคัญ บัตรประจำตัวคนต่างด่าว ใบอนุญาตขับรถ ลายมือชื่อ

    3.4 รายละเอียดการทำงาน เช่น อาชีพ รายละเอียดเกี่ยวกับนายจ้างและสถานที่ทำงาน ตำแหน่ง เงินเดือน ค่าตอบแทน บัญชีธนาคาร

    3.5 รายละเอียดของบุคคลที่อ้างถึง เช่น บิดา มารดา คู่สมรส บุตร หรือบุคคลที่บริษัทสามารถติดต่อได้กรณีฉุกเฉิน

    3.5 ข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย เช่น รูปภาพ ภาพถ่ายหรือภาพเคลื่อนไหว

    3.6 ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว เช่น ศาสนา กรุ๊ปเลือด การจดจำใบหน้า ลายนิ้วมือ หรือม่านตา โรคประจำตัว ข้อมูลการแพ้อาหาร ข้อมูลการแพ้ยา ประวัติอาชญากรรม

  4. แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล

    โดยปกติบริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากท่านโดยตรง แต่บางกรณีบริษัทอาจได้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งอื่น ยกเว้นเป็นกรณีที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดให้สามารถดำเนินการได้ภายใต้ฐานกฎหมายอื่น ๆ หรือโดยไม่ต้องได้รับความยินยอม ซึ่งบริษัทจะดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายและเป็นไปตามประกาศนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ จากแหล่งที่มา ดังต่อไปนี้

    4.1 ข้อมูลที่บริษัทได้รับความยินยอมจากท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

    4.2 ข้อมูลที่บริษัทได้รับจากบริษัทในเครือบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ/หรือบุคคลอื่นใดที่บริษัทมีนิติสัมพันธ์ด้วย

    4.3 ข้อมูลที่บริษัทได้รับจากบุคคลที่มีความเกี่ยวเนื่องกับท่าน เช่น ครอบครัว เพื่อ ผู้แนะนำของท่าน

    4.4 ข้อมูลที่บริษัทได้รับจากคู่ธุรกิจ ในฐานะที่ท่านเป็นกรรมการ ผู้มีอำนาจกระทำการแทน ตัวแทน ผู้ที่ได้รับมอบหมาย หรือผู้ติดต่อ

    4.5 ข้อมูลที่บริษัทได้รับจากหน่วยงานราชการ หน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลบริษัทมหาชน และ/หรือ ผู้ให้บริการภายนอกซึ่งเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจของบริษัท

    ในกรณีที่ท่านได้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่นแก่บริษัท ท่านจะต้องแจ้งให้บุคคลดังกล่าวทราบถึงรายละเอียดการเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลและสิทธิตามประกาศนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ รวมทั้งท่านจะต้องได้รับความยินยอมจากบุคคลดังกล่าว (หากจำเป็น) หรืออาศัยฐานทางกฎหมายอื่นในการให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัท
  5. สิทธิตามกฎหมายและผลกระทบที่เป็นไปได้จากการถอนความยินยอมของท่าน

    5.1 ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่านซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท หรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอม

    5.2 ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่านจากบริษัทได้ ในกรณีที่บริษัทได้ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ และสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้งมีสิทธิขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ หรือขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลส่ง หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่โดยสภาพทางเทคนิคไม่สามารถทำได้ หรือเป็นเป็นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของบริษัท หรือการใช้สิทธินั้นต้องไม่ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น

    5.3 ท่านมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่านเมื่อใดก็ได้ กรณีดังนี้

    5.3.1 เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมได้โดยได้รับยกเว้นไม่ ต้องขอความยินยอมตามกฎหมาย เว้นแต่บริษัทจะพิสูจน์ได้ว่ามีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่สำคัญยิ่งกว่า หรือเป็นไปเพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย

    5.3.2 เป็นการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรง

    5.3.3 เป็นการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ เว้นแต่เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของบริษัท

    5.4 ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทดำเนินการลบ หรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่ เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ ในกรณีดังต่อไปนี้

    5.4.1 เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

    5.4.2 เมื่อท่านถอนความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลและบริษัทไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นได้ต่อไป

    5.4.3 เมื่อท่านคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อ 5.3.1

    5.4.4 เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลได้ถูกเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือตามที่กำหนดไว้ในข้อ 5. นี้

    ข้อ 5.4 นี้ไม่นำมาใช้กับการเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามข้อ 2.1 หรือข้อ 2.4 หรือการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวซึ่งเป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับ (1) เวชศาสตร์ป้องกันหรืออาชีวเวชศาสตร์ การประเมินความสามารถในการทำงานของลูกจ้าง การวินิจฉัยโรคทางการแพทย์ การให้บริการด้านสุขภาพหรือด้านสังคม การรักษาทางการแพทย์ การจัดการด้านสุขภาพ หรือระบบและการให้บริการด้านสังคมสงเคราะห์หรือ (2) ประโยชน์สาธารณะด้านการสาธารณสุข

    5.5 ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลได้ ในกรณีดังต่อไปนี้

    5.5.1 เมื่อบริษัทอยู่ในระหว่างการตรวจสอบตามที่ท่านร้องขอให้ดำเนินการให้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

    5.5.2 เมื่อเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องลบหรือทำลายตามข้อ 5.4.4 แต่ท่านขอให้ระงับการใช้แทน

    5.5.3 เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล แต่ท่านมีความจาเป็นต้องขอให้เก็บรักษาไว้เพื่อใช้ในการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย

    5.5.4 เมื่อบริษัทอยู่ในระหว่างการพิสูจน์ตามข้อ 5.3.1 หรือตรวจสอบตามข้อ 5.3.3 เพื่อปฏิเสธการใช้สิทธิคัดค้านของท่านตามข้อ 5.3 ด้วยเหตุผลตามข้อ 5.3.1หรือข้อ 5.3.3

    5.5.5 ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทดำเนินการให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

    5.6 ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หากบริษัทไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

    5.7 ท่านสามารถถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธิในการถอนความยินยอมโดยกฎหมายหรือสัญญาที่ให้ประโยชน์ ทั้งนี้ การถอนความยินยอมย่อมไม่ส่งผลกระทบต่อการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ให้ความยินยอมไปแล้ว

    กรณีที่ท่านถอนความยินยอมที่ได้ให้ไว้กับบริษัทหรือปฏิเสธไม่ให้ข้อมูลบางอย่าง อาจส่งผลให้บริษัทไม่สามารถดำเนินการเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์บางส่วนหรือทั้งหมดตามที่ระบุไว้ในประกาศนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ได้

  6. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

    6.1 บริษัทเปิดเผยและแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของท่านกับ

    6.1.1 บริษัทในเครือบริษัทเกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พันธมิตรทางธุรกิจ และ/หรือ บุคคลอื่นใดที่บริษัทมีนิติสัมพันธ์ด้วย รวมถึงกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้าง ผู้รับจ้าง ตัวแทน ที่ปรึกษาของบริษัท และ/หรือ ของบุคคลดังกล่าว

    6.1.2 หน่วยงานของรัฐ และ/หรือ หน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลบริษัท เช่น สำนักงานการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กรมสรรพากร กระทรวงพาณิชย์ กรมการปกครอง ศาล ที่บริษัทถูกกำหนดหรือได้รับอนุญาตให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย กฎระเบียบ หรือคำสั่ง

    6.1.3 พันธมิตรและคู่ธุรกิจ คู่ค้า ตัวแทน ผู้ให้บริการ หรือองค์กรอื่น เช่น ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์สถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศ ผู้ให้บริการทางวิชาชีพ ที่ปรึกษากฎหมาย ผู้ตรวจสอบบัญชี การรักษาความปลอดภัย การสรรหาและคัดเลือกบุคลากร การจ้างงาน ผู้ให้บริการด้านสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ ผู้แทนจำหน่าย ผู้ให้บริการด้านขนส่ง ผู้ให้บริการเกี่ยวกับธุรกรรมและการเงิน บริษัทประกัน

    6.1.4 บุคคลอื่นใดในกรณีที่จำเป็นเพื่อให้บริษัทสามารถดำเนินธุรกิจและให้บริการแก่ท่าน การดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของประกาศนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ รวมถึงกรณีที่มีกฎหมายกำหนดให้ต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

    6.1.5 บริษัทจะกำหนดให้ผู้ที่ได้รับข้อมูลมีมาตรการความปลอดภัยที่เหมาะสม ประมวลผลเท่าที่จำเป็น และดำเนินการภายใต้กฎหมาย

  7. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ

    บริษัทอาจส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบริษัทในเครือหรือบุคคลอื่นในต่างประเทศ เพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งท่านเป็นคู่สัญญา หรือเป็นการกระทำตามสัญญาระหว่างบริษัทกับบุคลอื่นเพื่อประโยชน์ของท่าน หรือการส่งข้อมูลไปจัดเก็บที่เซิร์ฟเวอร์หรือคลาวด์ที่ให้บริการโดยบุคคลอื่น หรือในรูปแบบของการให้บริการซอฟท์แวร์หรือแพลตฟอร์มสำเร็จรูป

    บริษัทจะปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะได้รับความคุ้มครองและสามารถใช้สิทธิได้ตามกฎหมาย

  8. มาตรการความปลอดภัย

    ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะถูกเก็บไว้ในรูปเอกสารภายในของบริษัท หรือเซิร์ฟเวอร์ที่บริษัทใช้ดำเนินการหรือผู้บริการที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น โดยบริษัทได้จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งควรครอบคลุมถึงมาตรการป้องกันด้านการบริหาร มาตรการป้องกันด้านเทคนิค และมาตรการป้องกันทางกายภาพในเรื่องการเข้าถึงหรือควบคุมการใช้งานข้อมูลส่วนบุคคล ประกอบไปด้วย การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและอุปกรณ์ในการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยคำนึงถึงการใช้งานและความมั่นคงปลอดภัย การกำหนดเกี่ยวกับการอนุญาตหรือการกำหนดสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล การบริหารจัดการการเข้าถึงของผู้ใช้งานเพื่อควบคุม การเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะผู้ที่ได้รับอนุญาตแล้ว การกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ใช้งานเพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต การเปิดเผย การล่วงรู้ หรือการลักลอบทาสาเนาข้อมูลส่วนบุคคล การลักขโมยอุปกรณ์จัดเก็บหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล การจัดให้มีวิธีการเพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังเกี่ยวกับการเข้าถึง เปลี่ยนแปลง ลบหรือถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคล ให้สอดคล้องเหมาะสมกับวิธีการและสื่อที่ใช้ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

    ทั้งนี้ บริษัทได้แจ้งมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคลากร พนักงาน ลูกจ้างหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องทราบ รวมถึงสร้างเสริมความตระหนักรู้ด้านความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้กับกลุ่มบุคคลดังกล่าวปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดอย่างเคร่งครัด

  9. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

    บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในระหว่างที่ท่านเป็นคู่ธุรกิจหรือมีนิติสัมพันธ์กับบริษัท และเมื่อท่านสิ้นสุดความสัมพันธ์กับบริษัท บริษัทจะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามระยะเวลาที่เหมาะสมและจำเป็นสำหรับข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละประเภทและวัตถุประสงค์ตามที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนดอายุความสูงสุด เช่น อายุความตามกฎหมายทั่วไปสูงสุด 10 ปี

    นอกจากนี้บริษัทอาจบันทึกข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด เพื่อรักษาความปลอดภัย หรือเพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินการตามกฎหมาย

    กรณีที่ท่านแจ้งขอยกเลิกความยินยอม บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจนกว่าจะดำเนินการตามคำขอของท่านเสร็จสิ้น อย่างไรก็ดี บริษัทจะยังเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็นสำหรับบันทึกประวัติว่าท่านเคยขอยกเลิกความยินยอม เพื่อให้บริษัทสามารถตอบสนองต่อคำขอของท่านในอนาคตได้

  10. การใช้คุกกี้

    บริษัทอาจเก็บรวบรวมและใช้คุกกี้หรือเทคโนโลยีในลักษณะเดียวกัน เมื่อท่านใช้บริการรวมถึงการใช้เว็บไซต์ของบริษัท

  11. การใช้ข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์เดิม

    บริษัทมีสิทธิในการเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทได้เก็บรวบรวมไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีผลใช้บังคับ ต่อไปตามวัตถุประสงค์เดิม

  12. วิธีการติดต่อบริษัท

    หากท่านมีความสงสัยหรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกาศนโยบายความเป็นส่วนตัวของบริษัท โปรดติดต่อตามช่องทางดังต่อไปนี้

    ฝ่ายกฎหมาย บริษัทเกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนลชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เลขที่ 24 อาคารเอกผล ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

    โทร : 02 692 0869 – 72
    อีเมล : pdpa.ktis@ktisgroup.com

  13. การเปลี่ยนแปลงประกาศนโยบายความเป็นส่วนตัว

    บริษัทอาจปรับปรุงนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของการดำเนินงาน หากภายหลังมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ หรือเพื่อดำเนินการอื่นนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ตามที่ได้ระบุไว้ ในการเก็บรวบรวม การนำไปใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะแจ้งประกาศนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับปัจจุบันไว้ที่เว็บไซต์ของบริษัท